| 個人檔案รักเพื่อนรักงาน相片部落格清單 | 說明 |
|
รักเพื่อนรักงาน17 August จดหมายจากดวงดาวถึงพระจันทร์บทความ เรื่อง จดหมายจากดวงดาวถึงพระจันทร์
คืนหนึ่ง ในวันที่ดวงดาวเต็มท้องฟ้า พระจันทร์เต็มดวง เด็กน้อยนามว่าป๋องแป๋ง ใด้จ้องมองที่ดวงจันทร์อย่างไม่กระพิบตา ดวงตาของป๋องแป๋งนั้นเต็มไปด้วยความสุข ตาของเด็กน้อยนั้นสดใสดั่งเพชรเจียระไน เด็กน้อยคิดในใจว่า ทำไมวันนี้ฟากฟ้าถึงได้สวยงามขนาดนี้ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวกระต่ายน้อย หมู่ดาวพฤษก และหมู่ดาวอีกนับไม่ถ้วน ดวงจันทร์ก้อสดใสเต็มดวงราวกับจะหยอกล้อเล่นกับหมู่ดาวอย่างเป็นกันเอง ความรู้สึกของป๋องแป๋งรู้สึกเบิกบานใจและต้องการให้ทุกค่ำคืนเป็นแบบนี้ทุกคืนไป ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูห้องได้ดังขึ้น ก๊อก ก๊อกและมีเสียงพูดว่า ป๋องแป๋งนอนได้แล้วลูก ค๊าบบป๋องแป๋งตอบรับ ในใจของป๋องแป๋งไม่อยากจะนอนแต่อยากจะจ้องมองดูดวงจันทร์และดวงดาวอย่างนี้ตลอดทั้งคืน จนกว่าฟ้าจะสาง ป๋องแป๋งใด้แต่นึกในใจและก้อข่มตานอนเพื่อให้ค้ำคืนนี้ผ่านไปเพื่อให้พระอาทิตย์ได้ขึ้นมาส่องแสนแทนหมู่ดาวและดวงจันทร์ รุ่งเช้า ป๋องแป๋งได้ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียตามประสาเด็กทั่วไป เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น ก๊อก ก๊อก ป๋องแป๋งไปโรงเรียนได้แล้วลูก ค๊าบบบ ป๋องแป๋งได้รีบอาบน้ำแต่งตัวและจัดกระเป๋าไปโรงเรียน ที่โรงเรียน ป๋องแป๋งรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเล่าเรียน ป๋องแป๋งต้องการให้พระอาทิตย์นั้นดับแสงลงและแทนที่ด้วยแสงแห่งจันทราและดวงดาว ป๋องแป๋ง เสียงเรียกป๋องแป๋งได้ดังขึ้นป๋อง คนที่เรียกป๋องแป๋งให้สะดุ้งตื่นจากพวังนั้นก้อคือเพื่อนของเธอ ชื่อ จุ๊กจิ๊ก จุ๊กจิ๊กได้ถามป๋องแป๋งว่าเธอเป็นอะไรทำไมถึงได้เหม่อลอยแบบนี้หล่ะ ป๋องแป๋งไม่ตอบอะไรได้แต่บอกจุ๊กจิ๊กว่า เราอยากให้ถึงค่ำคืนนี้เร็วๆ เราอยากจะจ้องมองดวงจันทร์และดวงดาว จุ๊กจิ๊กได้มองตาป๋องแป๋งและเข้าใจในความหมายป๋องแป๋ง และค่ำคืนนั้นก้อได้มาถึงป๋องแป๋งใด้นั่งรอด้วยความหวังว่าดวงจันทร์และดวงดาวจะปรากฏขึ้นมาส่องแสงประชันกันอีกครั้ง ตกเย็นนั้นพระอาทิตย์ได้ดับมอดลงและเคลื่อนคล้อยไปทางทิศตะวันตกเหมือนกับมันรู้ว่าหมดเวลาของมันแล้ว ท้องฟ้าได้มืดครึ้มลงดวงจันทร์และดวงดาวได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่ค่ำคืนนี้ป๋องแป๋งรู้สึกว่าดวงจันทร์นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดวงจันทร์นั้นไม่เต็มดวงอย่างเคย แต่ดวงดาวนั้นยังอยู่ ณ ที่เดิมเพื่อรอประชันแสงกับดวงจันทร์ แต่คืนนี้ไม่เหมือนคืนนั้นดูท่าดวงจันทร์จะไม่เป็นดั่งวันวานที่ส่องแสงประชันกับดวงดาว ป๋องแป๋ง รู้สึกเศ้ราเหมือนดั่งใจคนที่เคยรู้สึกดีๆต่อกันแต่มาวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไป ป๋องแป๋งได้เดินจากริมระเบียงไปที่โต๊ะหนังสือของเขาและหยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่งเพื่อเขียนจดหมายไปหาดวงดาว เพื่อถามว่าทำไมดวงจันทร์ถึงไม่เต็มดวงและไม่ส่องแสงประชันกับดวงดาวอย่างเคย และท้ายจดหมายป๋องแป๋ง ได้เขียนว่า ป.ล. ดวงเอ๋ยดวงดาวถ้าเจ้าได้รับจดหมายของเรา เจ้าจงส่งจดหมายที่เจ้าได้รับถึงจันทราที ....ป๋องแป๋งได้นำแสตป์50สตมาติดและนำไปส่งที่ตู้ไปรษณัย์ ป๋องแป๋งได้เขียนจดหมายถึงดวงดาว เป็นเวลาหลายวัน ในที่สุดความหวังของป๋องแป๋งก้อประสบผลดวงจันทร์ได้กลับมาประชันแสงกับดวงดาวเหมือนเมื่อคืนแรก ที่ป๋องแป๋งใด้มองพวกเขาทั้ง2 ในคืนนั้นป๋องแป๋งใด้หลับตาลงและเหมือนตัวเองได้ล่องลอยไปอยู่กับดวงจันทร์และดวงดาว
สุขวดี ศรีศรัทธาธรรมา-เขียน
10 August เซอเวย์สดๆร้อนๆๆเซอเวย์จ้า
กลับมาแล้วหลังจากกการทำเซอเวย์ที่สุดแสนจะลำบาก(ไม่จริงหรอก)5555+ ทีมเซอเวย์ซึ่งประกอบไปด้วยสาวสวย ได้แก่ คุณแจน กบ ฮีบๆๆ และเหมียว เหมียว
เริ่มจากวันแรก หลังจากขึ้นรถที่หมอชิตเวลา20.00 โดยนครชัยแอร์ ที่สุดแสนจะสบาย ก้อเดินทางมาถึง เชียงใหม่ ซึ่ง เป็นเวลา 5.30ซึ่งเช้ามากๆๆ อาจารย์ สิโรดที่เป็นผู้ดูแลได้มารับ
ไปที่ดอยอินทานนท์ ซึ่งอากาศดีมากๆๆหมอกหนาจนไม่เห็นอารายเลย ต่อจากนั้น กอได้ไปเซอเวย์โรงเรียนแรก คือ โรงเรียนแม่เเจ่ม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น่าอยู่ รองผอต้องการค่ายเรามากมาย เพราะโรงเรียนนี่ยังขาดโอกาศอยู่ต่อจากนั้น เราไปยังอำเภออมกอย ซึ่งเรารู้สึกว่าโรงเรียนแห่งนี้ มีครบพร้อมมูลแล้ว เราจึงไปต่อที่ โรงเรียนแม่ตื่น ซึ่ง เป็นสถานที่ห่างไกลความเจริญมากมาย แต่รายล้อมไปด้วยภูเขาและนำตก โอ้ว เหมือนสวรรค์ ซึ่งวกเราได้เลือกโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่ทำค่ายจ้า ต่อจากนั้นเราได้กลับมา ณ โรงเรียนอมก๋อยเพื่อมาพักผ่อน ซึ่ง ตอนกลางคืนเราได้เล่นไพ่ซึ่งส่งเสียงดังมากมาย เราได้คุยกับ กบ กับ เหมียว ทำให้เรารู้สึกสนิทมากขึ้น โดยเฉพาะเหมียว เหมียว ซึ่ง ไม่เคยคุยกัน และตอนเเรกเราคิดว่าเหมียวเป็นคนเงียบ แต่ที่จริงไม่ช่ายเลย พูดเก่งเหมือนกบ อิๆๆๆ
รุ่งเช้าเราได้บึ่งไปที่แม่ฮ่องสอนนน เพื่อไปเที่ยว555+ ซึ่งแม่ฮ่องสอนใครขับรถไม่เก่งมีสิทธิได้กลับบ้านเก่า เพราะโค้งเยอะเหลือเกินเฮ้อ กบ เหมียว แจน มึนกันเป็นแถวแต่สถานที่เที่ยวที่แม่ฮ่องสอนสวยมากๆๆ สวยจริงๆๆ เราได้เที่ยวที่ป่าสน ซึ่งโรมานกระติกมากๆๆ กบ แจน เหมียวถ่ายรูปกานใหญอิๆๆ ต่อจากนั้นก้อไปที่ถำปลา ตามที่เหมียวรีเควส โอ้วถำปลา มีรูปลาเพียง 2รู ในจินตนาการผมคิดว่าเป็นปลาถะลักมาจากนำตกใหลมาเป็นยวงๆๆ แต่ที่ไหนได้แม่งมีปลาเพียง2รู โอ้ว หลังจากนั้นเราได้รีบบึ่งกลับเชียงใหม่ซึ่งทางกลับอันตรายมากๆๆๆโค้งสาดดดยิ่งกว่าขามา กบ เหมียว มึนเป็นแถวๆๆ เราก้อด้วยลงจากรถนี่โซเซ555++ แล้วก้อพัก1คืนที่อำเภอเมือง รุ่งเช้าก้อกลับกรุงเทพกานนน ซึ่งขากลับ ฮามากๆเพราะตำรวจขึ้นมาตรวจคนในรถบัสโดยเดินตรงมาที่เจ้ากบ มาขอดูบัตรสงสัยคิดว่ากบเป็นสาวชาวพม่าแรงงานเถื่อน 555+ แล้วเราก้อกลับถึงกรุงเทพ ณเวลา 2ทุ่มด้วยอาการเมื่อยตูดทุกตูดของทุกคน
เฮ้อ สนุกมาก ขอบคุณ กบ เหมียว แจน มากๆๆที่มาเซอเวย์ด้วยกันนะ ทำให้สนิทมากขึ้นมากๆๆขอบคุณจากใจจริงๆ
แล้วเจอกัน ค่ายจันทร์เจ้าขาครั้งที่9 ณ โรงเรียนแม่ตื่น อำเภอ แม่ตื่น จังหวัดเชียงใหม่ 5 August ตื่นเต้นพรุ้งนี้ต้องเดินทางแล้ว ตื่นเต้นจริงๆ
หวังว่าการเดินทางคราวนี้คงปลอดภัยไร้อันตรายทั้งปวง
และเจอโรงเรียนที่เขาต้องการพวกเรา
ขอให้พระคุ้มครองเพื่อนๆผมที่ไปกับผมคราวนี้ด้วย
สาธุ 29 July ทีมเซอเวย์...ค่ายจันเจ้าขาในที่สุดก้อได้ทีมที่จะไปเซอเวย์แว้ว
ได้แก่ กบ อุ้ม เหมียว แจน หนึ่ง และเรา
โดยเดินทางโดยรถทัวร์ ของนครชัยซึ่งราคาแพงอ่ะ อิๆๆ แต่มิเป็นไรเงินคณะ555+
ต้องหนุกแน่นอนๆๆ เพราะคนเฮฮาไปหลายคน นำทีมโดยกบ อ๊บๆๆ
ไว้หลังจากกลับมาจามาอัพเดตต่อ 26 July เย่ เย่โย่....มาอัพอีกครั้ง จ้า ช่วงนี้ เตรียมตัวไปเชียงใหม่เพื่อไปเซอเวย์
เลยต้องนั่งเคลีย และทำงบ โอย ปวดหัวเล็กๆๆแต่ก้อสู้นะ
ชีวิตช่วงนี้แจ่มใส แต่บางทีก้อแอบวังเวง เหมือนชีวิตขาดไรไป
แต่มานั่งทบทวนอีกที ก้อดีนะที่เป็นแบบนี้...อิๆๆๆ
อยากไปค่ายเร็วๆจัง จะได้รู้จักเพื่อนเยอะๆๆ
และจะได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย รักจันทร์เจ้าขามากๆนะ 12 July จันทร์เจ้าขาตอนนี้มีความสุขมากๆครับ หลังจากผ่านมรสุมชีวิตมา
ตอนนี้ความสุขอีกอย่าง คือ ค่ายจันทร์เจ้าขา
มีความสุขมากๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับค่ายนี้
เป็นความสุขทางใจที่ไม่เคยได้รับ เป็นความสุขที่มากกว่าการรักใครคนนึง
แล้วเจอกานนะจันทร์เจ้าขา มาย ดารลิ้ง 22 May พ่อแม่เวลาไม่มีเงิน .
คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
แต่พอมีเงิน ...
คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและเพื่อน
อยากได้รถ ...
คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
แต่พอมีรถ ...
คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและเพื่อน
ร้านอาหารหรู ๆ บรรยากาศคลาสสิค ...
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน
อาหารบนโต๊ะที่บ้าน .
มีสำหรับพ่อและแม่
โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ...
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน
ทีวี และสวนหน้าบ้าน ...
มีไว้สำหรับพ่อและแม่
พ่อและแม่ คิดบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนอน ...
เพื่อความอยู่รอด
ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเนตก่อนนอน ...
เพื่อให้หลับฝันดี
เวลาเรามีความสุข .
มักจะมองหาแฟนและเพื่อน
เวลาเรามีความทุกข์ .
คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือพ่อและแม่
เวลาประสบความสำเร็จ !..
เรามักมองหาแฟนและเพื่อนเพื่อนัด?ลองและสังสรร
แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและแม่ ...
แต่พ่อและแม่
กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ามไป
ลูกไปรื่นเริงตามโรงหนัง
เธค ผับ โต๊ะสนุ๊ก ฯลฯ ...
พ่อและแม่กลับทำงาน หรือ
นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเงินในวันรุ่งขึ้น
เพื่อแลกความสุขของลูก
อยากให้ลูกเรียนสูง ๆ
เวลาแต่งงาน ...
คนที่เป็นธุระหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและแม่
คนที่มีความสุขคือลูก
พ่อและแม่ตำหนิ ตักเตือน บางครั้ง
เต็มไปด้วยอารมณ์ห่วงใย
...........เพื่อให้ลูกได้ดี
แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่พูด ...
เป็นแค่เรื่องไร้สาระ
พ่อและแม่ ...
คือผู้ฝ่าฟันปัญหาเป็นร้อยพันประการเพื่อลูก
แต่พอลูกมีปัญหา .
มักคิดได้แค่ ท้อถอย หดหู่หรืออยากตาย!!!!
พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง
และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิตจะหาไม่
ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใด ... ???
คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่”
อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่เกิด
แล้วคุณเตรียมอะไรไว้
เพื่อคุณพ่อคุณแม่ของคุณหรือยัง
แน่นอนสำหรับผมแล้วพ่อและแม่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตหัวใจดวงนี้ขอรักผู้มีพระคุณทั้ง2ท่านด้วยความรักอันบริสุทธิ์นี้ตลอดไป
ตราบ ชั่วชีวิต ของผม |
|
||||
|
|